09 - โซฟี ศรน้ำแข็งผู้พ่ายแพ้

โซฟี คือเอลฟ์นักธนูผู้เชี่ยวชาญเวทย์น้ำแข็ง พลังเวทย์เธอสูงมากพอๆกับฝีมือยิงธนู แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับความงดงามของเธอ

โซฟีนั้นทั้งสวยดุจนางในเทพนิยาย รูปร่างเธอนั้นสมบูรณ์แบบ ชายใดที่ได้มองเห็นเธอต่างก็ตกหลุมรัก แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอต้องการอะไรมากไปกว่าการเป็นนักธนูที่ดีที่สุดสำหรับราชินีของเธอแม้แต่น้อย

และเมื่อเสียงกรีดร้องของเอลฟีน่า ดังไปทั่งอาณาจักร โซฟีก็โกรธจนแทบจะเป็นบ้า เธอเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีเพื่อชิงปราสาทคืนจากเหล่าออร์ค

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่อง โซฟีเดินทัพออกจากป้อมปราการทางทิศตะวันออก ระยะทางสู่ปราสาทนั้นยาวนานและไกลกว่าป้อมจุดอื่น แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรค ทัพของเธอพร้อมเข้าสู่สนามรบ

แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

วงแหวนเวทย์สีดำปรากฏขึ้นใจกลางกองทัพ

ทหาร 100 นายต่างตกใจกับสิ่งนั้น เช่นเดียวกับโซฟี เธอไม่เคยเจอออร์คที่มีเวทย์มนต์มากขนาดนี้มาก่อน

ซากศพหรือซอมบี้นับร้อย ผุดออกมาจากวงแหวนเวทย์เหล่านั้น

พวกมันเริ่มโจมตีกองทหารของโซฟี การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

แม้กองทหารของเธอจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อเจอกับกองทัพซอมบี้มากกว่า 300 ตัว การเอาชนะก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

โซฟีที่ถนัดใช้ธนู ยิงธนูเวทย์นับสิบๆดอกใส่ซอมบี้ ที่มีทั้งออร์ค มนุษย์ สัตว์ประหลาดต่างๆมากมาย

พวกมันไม่กลัวการโจมตีเหล่านั้นแม้แต่น้อย กลับกัน ทหารของเธอค่อยๆถูกฆ่าตายไปทีละคนสองคน ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมากขึ้น โซฟีให้คำสั่งถอยทัพ แต่นั่นก็สายไปเสียแล้ว

ประตูเวทย์สีดำอีกอันปรากฏขึ้น โครนอสก้าวออกมาด้วยท่าทางสบายๆ โซฟีรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือราชาออร์คผู้แข็งแกร่งเกินกว่าศัตรูตนใดที่เธอเคยเจอ

โครนอสสะบัดมือครั้งเดียว วงเวทย์ไฟสีดำก็เข้าแผดเผากองทหารของโซฟี ทหารตายไปนับสิบคน

พลังเวทย์ของโครนอสที่ได้ดูดกินมาจากเฮลก้า และเอลฟีน่า ทำให้มันมีพลังเวทย์ที่มากมายมหาศาลจนกองทหารใดๆในโลกจะต้านทานได้อีก

โซฟียิงศรน้ำแข็งใส่โครนอส แต่บาเรียเวทย์สีดำก็ป้องกันไว้ได้อย่างง่ายดาย

เหล่าออร์คหลายสิบตัววิ่งออกมาจากประตูมิติหลังโครนอส พวกมันเริ่มโจมตี ฆ่าทหารชาย และจับทหารหญิงเอาไว้

ไม่นาน โซฟีก็พ่ายแพ้ เธอยอมวางคันธนูลงกับพื้น ยอมจำนน เพื่อไม่ให้ต้องมีทหารคนใดตายอย่างสูญเปล่า

พวกออร์คจับทหารชายเป็นเชลยสำหรับเอาไว้เป็นอาหาร ส่วนผู้หญิง คือเหยื่อกามเอาไว้สืบพันธุ์หรือระบายความใคร่

ออร์คตัวหนึ่งสวมตรวนสกัดเวทย์เข้าที่คอของโซฟี นั่นคือจุดจบในการต่อสู้หรือขัดขืน โซ่ตรวนถูกส่งให้โครนอส มันกระชากเบาๆ โซฟีก็ลงไปนอนอยู่แทบเท้าของราชาออร์ค

มันก้มมองดูเอลฟ์สาวผู้เลอโฉม แสยะยิ้ม แล้วกระชากตรวนอีกครั้ง โซฟีก็ถูกดูดเข้าไปในเงามืดพร้อมกับโครนอสทันที

.

เธอโผล่มาที่ห้องนอนของราชินีเอลฟีน่า

ที่พื้นห้อง เธอเห็นราชินีเอลฟ์ที่นอนเปลือยกายหมดสภาพอยู่ที่พื้นห้อง ที่คอมีตรวนแบบเดียวกับเธอถูกสวมอยู่ ส่วนข้อมือมีกุญแจมือเหล็กตรึงไว้ ไร้ทางขัดขืน

ร่างกายของเอลฟีน่าเปลือยเปล่า น้ำกามของออร์คเลอะไปทั่ว ส่วนมากเริ่มแห้งและเหนียวแล้ว

โครนอสกระชากเธอไปที่เตียง

มันเริ่มฉีกกระชากชุดเกราะและเสื้อผ้าของโซฟีออกเพื่อจัดการเธอ

โซฟีที่พยายามดิ้นต่อสู้ แต่โครนอสรู้ทัน มันใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากเธอ เวทย์มนต์สะกดร่างถูกร่าย โซฟีขัดขืนต่อสู้ไม่ได้ แม้แต่ขยับแขนขา หรือกัดลิ้นเพื่อฆ่าตัวตายก็ทำไม่ได้เช่นกัน ตอนนี้ร่างกายเธอเป็นแค่ตุ๊กตาที่โครนอสแค่คิด เธอก็ต้องทำตามทุกอย่าง

แล้วการข่มขืนก็เริ่มต้นขึ้น

.

ทุกครั้งที่โครนอสกระแทกควยใส่ร่างเธอ โซฟีทั้งเจ็บปวด ทรมาน พลังเวทย์ของเธอค่อยๆไหลออกจากร่างไปสู่โครนอสทีละนิด

โครนอสข่มขืนโซฟีอย่างเมามัน เมื่อมันน้ำแตก มันจับเธอเปลี่ยนท่า พลิกตัวนอนคว่ำ เอาเธอจากข้างหลัง

หลังจากนั้นก็ที่ระเบียงห้อง ที่พื้น ขอบเตียง บนโต๊ะไม้

.

หลังจากผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง

โซฟีก็หมดแรงจะขัดขืนอีกต่อไป

เธอทำได้แค่นอนนิ่งๆ ปล่อยให้โครนอสข่มขืนเธอเท่าที่มันพอใจ

และพอพลังเวทย์เฮือกสุดท้ายของเธอถูกดูดออกไป โซฟีก็หมดสติไปทันที

.

โครนอสเรียกออร์คให้เข้ามาลากตัวโซฟีออกไปยังคุกใต้ดิน

เธอถูกพาไปยังชั้นล่างของคุกใต้ดิน ระหว่างทางเธอได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวนับสิบที่ถูกพวกออร์คข่มขืนตลอดทาง แต่เธอก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงหรือพลังเวทย์ที่จะต่อต้านหรือทำอะไรได้อีก

เธอถูกผลักเข้าไปในห้องทรมานห้องหนึ่ง ที่นั่นมีแค่แสงไฟสลัวของคบเพลิงอันเดียว โซฟีถูกจับขึงพืดบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่กลางห้อง

และอากัส ไฮออร์คก็เดินเข้ามา

มันยัดเห็บสูบเวทย์กับพยาธิราคะใส่หว่างขาเธอ และการข่มขืนของมันก็เริ่มต้นขึ้นทันที

.

.

.

หลังจากผ่านไป 2 ชม.กว่า โซฟีก็เสร็จไปหลายสิบครั้ง

ส่วนอากัสที่น้ำแตกไปนับไม่ถ้วน ก็สาแก่ใจที่ได้ข่มขืนเอลฟ์สาวสวยตรงหน้า

มันกรอกปากเธอด้วยโพชั่นฟื้นฟูร่างกาย ทำให้โซฟีเริ่มได้สติและมีเรี่ยวแรงมากขึ้น แต่ก็ไม่มากพอจะดิ้นหลุดจากพันธนาการอยู่ดี

เมื่ออากัสออกจากห้องไป ออร์คตัวถัดมาที่เข้ามาในห้อง ก็คือโทลก้า มันได้ยินชื่อเสียงของโซฟีมาพอสมควร เลยแทบจะอดใจที่จะได้จัดการเหยื่อกามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเอลฟ์นักรบที่งดงามที่สุดไม่ได้

โทลก้าไม่สนใจคราบน้ำกามของอากัส สิ่งที่มันต้องการมีแค่โซฟีเท่านั้น

มันเริ่มต้นจัดการเธอต่อทันที โซฟีที่ไร้แรงขัดขืน ทำได้แค่นอนนิ่ง น้ำตาไหลอาบแก้ม ฝืนทนให้ออร์คตรงหน้าข่มขืนเท่าที่มันพอใจ

แม้โทลก้าจะเพิ่งเสร็จกามกิจกับคีร่าไปไม่นาน แต่หลังจากได้กินโพชั่นฟื้นฟู เรี่ยวแรงมันก็กลับมาอีกครั้ง

มันเลยข่มขืนโซฟีได้อย่างเมามันเท่าที่มันต้องการ

แม้พลังเวทย์ของโซฟีจะหมดไปแล้ว แต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งที่โทลก้าต้องการ คือร่างกายของเธอเท่านั้น

มันข่มขืนโซฟี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำกามมากมายถูกฉีดใส่มดลูกของเธอ

ไข่ของเห็บฟักออกมา แม้จะไม่มีพลังเวทย์ในนั้น โทลก้าก็ไม่สนใจ

.

เมื่อมันข่มขืนเธอได้เกือบชั่วโมง กริมก็สั่งให้ออร์คเอาโพชั่นมานามาให้โทลก้า มันกรอกใส่ปากเธอ พลังเวทย์ของโซฟีได้รับการฟื้นฟูมาเล็กน้อย ทำให้ไข่ที่เธอฟักหลังจากนั้นเริ่มมีพลังเวทย์อยู่บ้าง

ซึ่งโทลก้าไม่ได้สนใจนัก

มันเริ่มข่มขืนเธอต่ออย่างเมามันส์อีกหลายชั่วโมง

.

.

.

หลังผ่านไปเกือบ 4 ชั่วโมง

โทลก้าก็กรอกปากเธออีกครั้งด้วยโพชั่นฟื้นฟู

โซฟีที่ได้สติ ก็รับรู้ว่า คิวต่อไปคือเหล่าออร์คลูกสมุน ที่เริ่มเข้ามาในห้องนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

และพวกมันก็เริ่มต้นข่มขืนเธอต่อทันที

ทีละตัว ทีละตัว

พวกมันแตกในใส่เธออย่างหื่นกระหายและบ้าคลั่งเกินกว่าที่โซฟีจะรับไหว

ไข่เห็บถูกฟักออกมา เธอกรีดร้อง และพวกมันก็จัดการเธอต่อ วนเวียนไปเรื่อยๆหลายชั่วโมง

นรกของเธอเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

(จบ)

Comments

Popular posts from this blog

07 - นาเดีย วาลคีรีผู้ร่วงหล่น

04 - การบุกปราสาทเริ่มต้นขึ้น

02 - เฮลก้า นรกในปราสาทของเธอเอง